Archive for the ‘อนิเมชั่น’ Category

ขั้นตอนในการผลิตงานสำหรับทำการ์ตูนแอนิเมชัน
ขั้นตอนการผลิตงานสำหรับทำการ์ตูนแอนิเมชันโดยทั่วไปแล้วมีพื้นฐานดังต่อไปนี้
ไอเดีย ( Idea ) หรือบางคนอาจใช้คำว่า แรงบันดาลใจ ( Inspiration )
ซึ่งจะเป็น สิ่งแรกที่เราสร้างสรรค์จินตนาการและ ความคิด ของเราว่าผู้ชมของเราควรเป็นใคร อะไรที่เรา ต้องการ ให้ผู้ชมทราบ ภายหลัง จากที่ชมไปแล้ว ควรให้เรื่องที่เราสร้า ออกมา เป็นสไตล์ไหน ซึ่งอาจจะมาจาก ประสบการณ์ ที่เราได้อ่านได้พบเห็น และสิ่งต่างๆ รอบตัว
เป็นต้น
โครงเรื่อ ง ( Story ) โครงเรื่องจะประกอบไปด้วยการเล่าเรื่องที่บอกถึงเนื้อหาเรื่องราวทุกอย่างใน ภาพยนตร์ทั้งตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ ฉาก แนวคิด และที่สำคัญเราควรพิจารณาว่าการเล่าเรื่องควรจะมีการหักมุมมากน้อยเพียงไร สามารถ สร้างความ บันเทิงได้หรือไม่ และความน่าสนใจนี้สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจ จนสามารถระลึกในความทรงจำ และทำให้คนพูดถึง ตราบนานเท่านานหรือเปล่า 

สคริปต์ ( Script ) เป็นขั้นตอนในการจับใจ ความสำคัญของเนื้อเรื่องให้ออกมาในแต่ละฉาก พร้อมทั้งกำหนดมุมกล้อง เทคนิคพิเศษ รวมถึงระยะเวลาของการเคลื่อนไหว โดยให้รายละเอียดต่างๆเช่น  ผู้จัดทำ เสียงดนตรี ( Musidcians ) เสียงประกอบ ( Sound Effects ) จิตกรในการวาดหรือนักออกแบบตัวละคร ( Artists ) และแอนิเมเตอร์ ( Animators ) สร้างภาพให้กับตัวละคร
( Characters Design ) ขั้นตอนนี้เป็นการออกแบบและกำหนดลักษณะนิสัย บุคลิกบทบาทต่างๆ และท่าทางการเคลื่อนไหว ให้กับตัวละคร โดยอาศัยองค์ประกอบพื้นฐานของการออกแบบ ได้แก่ ขนาด ( Size ) รูปทรง ( Shape ) และสัดส่วน
( Proportion )

บอร์ดภาพนิ่ง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า สตอรีบอร์ด ( Storyboards ) เป็นการใช้ภาพในการเล่าเรื่องให้ได้ครบถ้วน ทั้งเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นอารมณ์ในเหตุการณ์นั้นๆสีหน้า ท่าทาง ลักษณะต่างๆของตัวละครบอกถึงสถานที่ และมุมมองของภาพ ซึ่งภาพวาดทั้งหมด จะเรียงต่อเนื่องเป็นเหตุผลกัน เมื่อดูแล้วสามารถเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

 

บันทึกเสียง ( Sound Recording ) หลังจากที่เราได้ออกแบบตัวละครและสร้างสตอรีบอรด์เรียบร้อยแล้ว เราก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการอัดเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างยิ่ง บางสตูดิโออาจจะเริ่มต้นด้วยการอัดเสียง Soundtrack ก่อน ซึ่งการอัดเสียงประกอบแอนิเมชันจะแยกออกเป็นประเภทของเสียงโดยหลักแล้วจะมี ดังนี้คือ 

– เสียงบรรยาย ( Narration ) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจ เป็นการปูพื้นฐานให้กับผู้ชมว่าเรื่องเป็นอย่างไร และยังเป็นการเชื่อมโยงให้เรื่องราวติดต่อกันด้วย

– บทสนทนา ( Dialogue ) เป็นหลักการหนึ่งในการสื่อเรื่องราวตามบทบาทของตัวละคร เป็นการสื่อความหมายให้ตรง ตามเนื้อเรื่องที่สั้น กระชับ และสัมพันธ์กับภาพ

– เสียงประกอบ ( Sound Effects ) เป็นเสียงที่นอกเหนือจากบรรยาย เสียงสนทนา เสียงประกอบจะทำให้เกิดรู้สึก สมจริงสมจัง มีจินตนาการเช่น เสียงระเบิด เสียงฟ้าร้อง เป็นต้น ราวกับได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่นั้นด้วย

– ดนตรีประกอบ ( Music ) ช่วยสร้างอารมณ์ของผู้ชมให้คล้อยตามเนื้อหาและปรับอารมณ์ของผู้ชมระหว่างการเชื่อมต่อของ
ฉากหนึ่งไปยังอีกฉากหนึ่งได้ด้วย

ตรวจความเรียบร้อยของแอนิเมชั่น ( Animatic Checking ) Animatic คือการนำภาพที่วาดโดยช่างศิลป์ตามแนวคิด สร้างสรรค์มาประกอบกันเข้าเป็นเรื่องราวพร้อมเสียง ประโยชน์ของการทำ Animatic คือเวลานำเสนองานงานแอนิเมชั่นเบื้องต้น จะไม่หยาบเกินไปสามารถสื่อแนวคิดหลักใหญ่ๆ ช่วยให้นักสร้างสรรค์สามารถทบทวนแนวความคิดก่อนที่จะผลิตเป็น ภาพยนตร์ทบทวนกรอบเวลา การดำเนินเรื่องราวเหตุผลที่สามารถอธิบายได้อย่างต่อเนื่อง สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมภาพหรือ ตัดเข้าสู่ฉากอื่นได้ทันที เพื่อให้ได้งานที่มีอารมณ์จังหวะ และองค์ประกอบที่ใกล้เคียงก่อนการทำแอนิเมชั่น

ปรับแต่งชิ้นงาน ( Refining the Animation ) หลังจากที่เราได้ทำ Animatic แล้วจะต้องนำไปปรับปรุงและ ตกแต่งแก้ไขสตอรีบอร์ด และขั้นตอนอื่นๆ โดยละเอียด เช่น ลักษณะงานศิลป์ ( Character Art ) ฉากหลัง ( Background ) เสียง
( Sound ) เวลา ( Timeing ) และส่วนประกอบอื่นๆจนกระทั่งเข้าสู่การผลิตงานแอนิเมชั่นต่อไป โดยการวาดเส้นด้วยคอมพิวเตอร์ การลงสีฉากและตัวละคร ภาพประกอบและเสียงต่อไป ( Composting )ซึ่งในอดีตการปรับเปลี่ยนแผนงานการทำ ภาพยนตร์การ์ตูน มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ในปัจจุบันนี้ได้นำระบบดิจิตอลคือคอมพิวเตอร์นั่นเองเข้ามาช่วยในการ สร้างงานแอนิเมชั่นทำให้ประหยัด ค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

ที่มา  http://www.keereerat.ac.th/animation/web/procrss.htm

ความหมายแอนิเมชัน (Animation) 

แอนิเมชัน (Animation) หมายถึง กระบวนการที่เฟรมแต่ละเฟรมของภาพยนตร์ ถูกผลิตขึ้นต่างหากจาก กันทีละเฟรม แล้วนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน โดยการฉายต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจากวิธีการ ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก ถ่ายภาพรูปวาด หรือ หรือรูปถ่ายแต่ละขณะของหุ่นจำลองที่ค่อย ๆ ขยับเมื่อนำภาพดังกล่าวมาฉาย ด้วยความเร็ว ตั้งแต่ 16 เฟรมต่อวินาที ขึ้นไป เราจะเห็นเหมือนว่าภาพดังกล่าวเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องกัน ทั้งนี้เนื่องจาก การเห็นภาพติดตาในทาง คอมพิวเตอร์ การจัดเก็บภาพแบบอนิเมชันที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต ได้แก่เก็บในรูปแบบ GIF MNG SVG และ แฟลช

คำว่า แอนิเมชั่น (animation) รวมทั้งคำว่า animate และ animator มากจากรากศัพท์ละติน “animare” ซึ่งมีความมหมายว่า
ทำให้มีชีวิต ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจึงหมายถึงการสร้างสรรค์ลายเส้นและรูปทรงที่ไม่มีชีวิต ให้เคลื่อนไหวเกิดมีชีวิตขึ้นมาได้
(Paul Wells , 1998 : 10 )

แอนิเมชั่น (Animation) หมายถึง “การสร้างภาพเคลื่อนไหว” ด้วยการนำภาพนิ่งมาเรียงลำดับกัน  และแสดงผลอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ดวงตาเห็นภาพที่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะภาพติดตา (Persistence of Vision) เมื่อตามนุษย์มองเห็นภาพที่ฉา่ย อย่างต่อเนื่อง เรตินาระรักษาภาพนี้ไว้ในระยะสั้นๆ ประมาณ 1/3 วินาที หากมีภาพอื่นแทรกเข้ามาในระยะเวลาดังกล่าว
สมองของมนุษย์จะเชื่อมโยงภาพทั้งสองเข้าด้วยกันทำให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว ที่มีความต่อเนื่องกัน  แม้ว่าแอนิเมชั่นจะใช้หลักการเดียว
กับวิดิโอ   แต่แอนิเมชั่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานต่างๆได้มากมาย  เช่น งานภาพยนตร์  งานโทรทัศน์  งานพัฒนาเกมส์  งานสถาปัตย์
งานก่อสร้าง งานด้านวิทยาศาสตร์  หรืองานพัฒนาเว็บไซต์  เป็นต้น (ทวีศักดิ์  กาญจนสุวรรณ : 2552 : 222 )

สรุปความหมายของแอนิเมชั่นคือ การสร้างสรรค์ลายเส้นรูปทรงต่างๆให้เกิดการเคลื่อนไหวตามความคิดหรือจินตนาการ

ปิยกุล  เลาวัณย์ศิริ (2532 : 931-932) ได้สรุปหลักการและคุณสมบติของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเอาไว้ดังนี้
1. สามารถใช้จินตนาการได้อย่างไม่มีขอบเขต
2. สามารถอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนและเข้าใจยากให้ง่ายขึ้น
3. ใช้อธิบายหรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้
4. ใช้อธิบายหรือเน้นส่วนสำคัญให้ชัดเจนและกระจ่างขึ้นได้

 

ตัวอย่างการ์ตูนแอนิเมชั่น
ชนิดของแอนิเมชั่นสามารถแบ่งออกได้เป็นสามชนิดคือ
1. Drawn Animation คือแอนิเมชั่นที่เกิดจากการวาดภาพหลายๆพันภาพ  แต่การฉายภาพเหล่านั้นผ่านกล้องอาจใช้เวลาไม่กี่นาที
ข้อดีของการทำแอนิเมชั่นชนิดนี้คือ มีความเป็นศิลปะ  สวยงาม  น่าดูชม  แต่ข้อเสีย คือ ต้องใช้เวลาในการผลิตมาก  ต้องใช้แอนิเมเตอร์
จำนวนมากและต้นทุนก็สูงตามไปด้วย
2. Stop Motion หรือเรียกว่า Model Animation เป็นการถ่ายภาพแต่ละขณะของหุ่นจำลองที่ค่อยๆขยับ อาจจะเป็นของเล่น
หรืออาจจะสร้างตัวละครจาก Plasticine วัสดุที่คล้ายกับดินน้ำมันโดยโมเดลที่สร้างขึ้นมาสามารถใช้ได้อีกหลายครั้ง
และยังสามารถผลิตได้หลายตัว  ทำให้สามารถถ่ายทำได้หลายฉากในเวลาเดียวกัน  แต่การทำ Stop Motmotion นั้น
ต้องอาศัยเวลาและความทุ่มเทมาก เช่น การผลิตภาพยนตร์เรื่อง James and the Giant Peach สามารถผลิตได้ 10 วินาที
ต่อวันเท่านั้น วิธีนี้เป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทนมาก
ที่มา http://www.keereerat.ac.th/animation/web/animation.htm
3. Computer Animation ปัจจุบันมีซอฟท์ที่สามารถช่วยให้การทำแอนิเมชั่นง่ายขึ้น เช่น โปรแกรม Maya, Macromedia
และ 3D Studio Max เป็นต้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัดเวลาการผลิตและประหยัดต้นทุนเป็นอย่างมาก เช่น ภาพยนตร์เรื่อง
Toy Story ใช้แอนิเมเตอร์เพียง 110 คนเท่านั้น

บทความว่าด้วย “ทรงผม” ของเหล่าบรรดาชาวตัวการ์ตูน

Update 25/05/2551
ขึ้นเทอมใหม่แล้ว ก็เป็นช่วงที่ไม่พึงปรารถณาสำหรับบรรดาน้องๆวัยเรียน(โดยเฉพาะน้องประถม -ม.ต้น รร.รัฐฯ)ที่ต้องมาตัดผมเกรียน ตัดผมสั้นให้เห็นติ่งหู จากเดิมที่เคยไว้ผมได้ยาวอิสระ จะโกรกผม จะแต่งหล่อ ยังไงก็ได้ในช่วงปิดเทอม แต่ม.ปลายยังดีหน่อยที่ยังไว้ผมยาวได้ ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่หากไม่ตัดตามแบบที่กำหนด มีสิทธิ์เจอฝ่ายปกครองเฉ่งเอาได้ (พูดก็พูดเถอะ ตัดผมเกรียน สั้นๆ มันช่วยให้เด็กเรียนเก่ง มีระเบียบวินัย ตามที่ผู้หลักผู้ใหญ่บางคนว่าไว้จริงๆนะเหรอ…. ถึงแม้จะดูมีระเบียบในภายนอกก็เถิด แต่ทำไมสภาพสังคมมันกลับแย่ลงล่ะ?) หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว เด็กนักเรียนในการ์ตูนญี่ปุ่นกลับไว้ทรงผมได้อย่างอิสระ จะสั้นยาวแบบไหนก็ได้ มิหนำซ้ำยังย้อมสีผมสารพัดสีมาโรงเรียนยังได้เลย(ทั้งๆในความเป็นจริง เด็กนักเรียนญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีอิสระในการไว้ทรงผมมากเท่ากับที่เคยเห็นใน การ์ตูน…..แต่โดยรวมก็ยังอิสระ และ ดูมีระเบียบมากกว่าบ้านเราก็แล้วกัน……เอาน่า ใครจะดีจะเลว มันไม่ได้ขึ้นกับทรงผมหรอก แต่มันขึ้นอยู่กับคนเรามากกว่า )

พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็พาลนึกถึงบรรดาตัวการ์ตูนจากเรื่องต่างๆ ที่ต่างก็มีทรงผมที่โดดเด่นแต่งต่างกันออกไป ซึ่งทรงผมของตัวการ์ตูนบางตัวนั้น ก็เป็นตัวช่วยเสริมความเด่นในด้านของรูปลักษณ์ของตัวละคร ยิ่งทรงผมที่แปลกแหวกแนวได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เป็นที่จดจำของคนอ่านมากขึ้น ผิดกับบางคนที่ไว้ทรงผมธรรมดาสุดๆแล้วเนี่ย แทบจะดูเหมือนตัวประกอบได้เลย (ยังไงซะ บางตัวก็โชคดี ที่ได้ลักษณะคาแร็คเตอร์เด่นๆช่วยเสริม เลยพอเป็นที่จดจำได้บ้าง) หากจะพูดถึงตัวการ์ตูนที่มีทรงผมเด่นเป็นเอกลักษณ์นั้น ก็มีอยู่หลายคน จะมีใครบ้างไปดูกันเลย

- เริ่มจากตัวการ์ตูนดังที่มีทรงผมแปลกสุดๆ ที่ทุกคนคุ้นเคยสุดๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นบรรดาชาวไซย่า อย่าง โกคู กับ เบจิต้า ที่ ไม่รู้พี่แกเซ็ตผมยังไงให้มันตั้งเด่ได้ คงเปลืองเยลไปหลายกระปุกแหงๆ…. สำหรับคนที่คิดจะทำผมทรงนี้ตาม ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นทรงผมธรรมชาติของชาวไซย่าเค้าล่ะ (สังเกตได้จากตอนโกคูในสภาพเด็กทารก ลงบนโลกมนุษย์ใหม่ๆ) แถมไม่ว่าผมจะโดนแรงกระแทกมากขนาดไหน มันก็ยังอยู่ทรงได้ และที่สำคัญพวกเขาสามารถเปลี่ยนเป็นผมสีทองได้เอง โดยที่ไม่ต้องมาเปลืองน้ำยาย้อมผมอีกด้วย อีกทั้งทรงผมของโกคูนั้น ก็มีส่วนโค้งหยักตั้งที่ดูเป็นเอกลักษณ์ น่าจดจำ ยากที่จะมีคนทำผมเลียนแบบได้ รวมไปถึง โกคูสามารถไว้ผมยาวสุดๆได้ ก็ตอนปล่อยซุปเปอร์ไซย่าระดับ 3 (แถมสามารถคืนทรงเดิมได้ด้วย)

โกฮัง,เบจิต้า,โกคู

 

- ส่วนตัวการ์ตูนอีกตัวที่ไว้ผมทรงแปลกๆอีกคน ซึ่งดูแล้วว่าเป็นทรงผมที่เปลืองเยลและน้ำยาย้อมผมมากที่สุด แถมเซ็ตทรงได้ยากมากอีกด้วย ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก มุโต้ ยูกิ จาก ยูกิโอ นั่นเอง ซึ่งเขาก็มีทรงผมที่ตั้งเด่ มีหลายแฉก มิหนำซ้ำยังมีการย้อมผมอีกเป็นชั้นๆ ทั้งสีแดงเอย สีดำเอง สีทองเอย ดูแล้วก็พาลสงสัยเอาว่า ก่อนจะไปเรียน ยูกิใช้เวลามากแค่ไหนในการเซ็ตผมทรงนี้ (แต่ยังไงซะ มีนักคอสเพลย์บางคนเคยทุ่มทุนทำทรงผมเลียนแบบยูกิ เหมือนกัน) แถมทรงผมของยูกินั้น ดูไปแล้วๆก็เป็นตัวละครที่ไว้ทรงผมได้เท่ห์และเห่ยมากพอๆกัน (แต่หนักไปอย่างหลังมากกว่า………อันนี้แล้วแต่คนมองนะ)

มุโต้ ยูกิ และเพื่อนๆ

นอกจากยูกิแล้ว หากจะสังเกตกันให้ดี ทรงผมของเหล่าบรรดาตัวละครในยูกิโอ เช่น อันสึ ,โจวโนะอุจิ ฯลฯ ต่างก็มีทรงผมที่หนา แข็ง และ มีรูปทรงเหลี่ยมๆ นับว่าเป็นการ์ตูนที่มีตัวละครที่ไว้ผมหนาที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

- จากยูกิโอะ คราวนี้ก็ขอพูดถึงเรื่อง บลีช กันบ้าง ซึ่งทรงผมแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นตัวละครชายหญิงต่างก็ไว้ผมตามเทรนด์สมัยนิยม ทำให้เป็นที่ดึงดูดของบรรดานักอ่านวัยรุ่นไปเปราะหนึ่ง แต่ยังไงซะในกลุ่มตัวละครทั้งหมดในบลีช ก็ต้องมีคนที่ไว้ทรงผมแปลกๆบ้าง ซึ่งคนที่มีทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดในเรื่องนี้ เชื่อว่าแฟนๆบลีช คงจะเทใจให้กับ ซาราคิ เคมปาจิ อย่าง แน่นอน ซึ่งทรงผมทรงหอยเม่นที่เต็มไปด้วยหนามคม แถมมีกระดิ่งเล็กๆห้อยอยู่ ของหัวหน้าหน่วย 11 แห่งโซล โซไซตี้ ผู้นี้ คงยากที่จะมีใครทำเลียนแบบได้ ส่วนคนอื่นๆที่มีความแหวกแนวรองลงมา ก็มี คุจิกิ เบียคุยะ หรือ พี่เบีย ของสาวๆหลายคน ที่มีความโดดเด่นตรงผมหน้าที่ดูเหมือนมี”กระเบื้องมุงหลังคา”ติดอยู่ ทำให้เข้ากับทรงผมที่ยาวและบุคลิกที่เงียบขรึม เย็นชา ได้ดี หรือ จะเป็นทรงผมปิดตาซะจนปิดครึ่งหน้ามิด ของ คิระ รองหัวหน้าหน่วย 3 ส่วนอีกคน ก็คือ สาวลูเคีย ที่ไว้ทรงผมหนาฟู ซอยผมซะสั้น จนมีรูปทรงคล้ายๆกับหัวหอมลูกหนึ่งเลยทีเดียว

จากซ้ายไปขวา เคมปาจิ,เบียคุยะ,ลูเคีย

 

- ต่อไปก็ขอข้ามฟากไปที่ วันพีซ บ้าง ซึ่งเรื่องนี้จะขาดในบทความนี้ไปไม่ได้เลย เพราะ เป็นการ์ตูนที่มีตัวละครไว้ผมทรงแปลกประหลาดมากที่สุด!!!! โดยเฉพาะกับบรรดาตัวประกอบทั้งหลาย ซึ่งมีทั้งไว้ทรงผมยาวรี เช่น เฮลเมปโป(เล่มแรกๆ) ,ทรงไม้กางเกง ของ ดร.ฮิลรุค, หรือจะเป็นทรงผมหยิกฟู สามารถยืดเส้นผมออกมาคล้ายกับเส้นบะหมี่ อย่าง แวนเซ่, ทรงผมยาวหลายม้วน แถมซ่อนอาวุธปืน เช่น อิการัม ,หรือจะเป็นทรงผมของเบลเมล ฯลฯ ในส่วนของพรรคพวกของของลูฟี่นั้น ก็มีทรงผมของแฟรงกี้ ที่ดูแล้วออกคล้ายๆกับ Ace Ventura (ตัวละครในหนังเรื่อง Ace Ventura นำแสดงโดย Jim Carrey) ,ซันจิ ที่ไว้ทรงผมปิดข้างหนึ่ง จนกลายเป็นหนึ่งในปริศนาลึกลับของวันพีซ และ ทรงผมสีเขียวราวกับเห็ดราของโซโล

รวมรวมบรรดาตัวละครทรงผมประหลาดจากวันพีซ (เบลเมล,แวนเซ่, ฮิลรุค,อิการัม,แฟรงกี้,เฮลเมปโป)

 

-หากจะพูดถึงตัวละครที่ไว้ทรงผมยาวสลวยที่สุดนั้น ตามความเห็นของผู้เขียนนั้น น่าจะเป็นเหล่าบรรดาตัวละครในเรื่อง เซนต์ เซย่า ซึ่งบรรดาเซนต์แต่ละคนในเรื่องต่างก็ไว้ผมยาวสลวย แถมเส้นผมก็พริ้วเบา จนน่าสงสัยว่าพวกเขาใช้ยาสระผมยี่ห้ออะไร ทำให้ผมออกมานุ่มสวยขนาดนี้ แล้วยิ่งเป็นหนุ่มที่หน้าสวยแล้วละก็ ยิ่งดูสวยงามราวกับเป็นผู้หญิงเลย เช่น ชุน,อโฟรดิเต้,ชากะ เป็นต้น

เหล่าชายงามผมพริ้วสลวยจากเซย่า

 

- ส่วนผมอีกทรงหนึ่งที่พบมากในการ์ตูนญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับการ์ตูนแนวจิ๊กโก๋ตีกันนั้น ทรงผมที่พวกเขาไว้กัน ส่วนใหญ่เป็นทรงรีเจ้นท์ ซึ่งเป็นทรงที่นักเลงญี่ปุ่นสมัยก่อนชอบทำ และส่งผลอิทธิพลต่อนักเรียนนักเลงสมัยนี้ โดยมีรูปร่างคล้ายๆทรงผมของเอลวิส เพียงแต่มีกระบังหน้าผมที่หนามากๆและยื่นออกมายาวผิดระเบียบ เล่นเอาเสียตังค์ค่าเยลไปหลายกระปุกเหมือนกัน หรือใครอยากจะประหยัดค่าเยลหน่อยก็ไว้ทรงโมฮอว์กผ่าเหล่ากันไปเลย ถ้าใครนึกไม่ออกก็ลองหาการ์ตูนแนวนี้อย่าง คู่คนลุยเลอะ,Worst,เรียกเขาว่าอีกา,คุโรมาตี้ ฯลฯ

ทรงผมของเหล่าเด็กเกแห่ง รร.ลูกผู้ชาย กับ คุโรมาตี้

 

- พูดถึงตัวละครชายมาเยอะแล้ว ก็ขอพูดถึงตัวละครหญิงบ้าง ซึ่งทรงผมที่ตัวละครหญิงหลายๆเรื่องนิยมไว้อีกทรงหนึ่ง ก็คือ ทรงทวินเทล (Twin Tail) ตัวละครสาวๆที่ไว้ผมทรงนี้ก็มี ทสึกิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน),อาซึกะ แลงเกรย์ (เอวานเกเลี่ยน),ซาวาจิกะ เอริ (School Rumble),คากุระซากะ อาซึนะ (เนกิมะ), ฮิอิรากิ คางามิ (Lucky Star) ,เทนโมขุ ซากุราโกะ (ไอคอล), ซันเซนอิง นางิ (ฮา ยาเตะ) เป็นต้น ซึ่งไปๆมาๆ ก็มีคนให้ข้อสังเกตว่า สำหรับการ์ตูนสมัยใหม่ๆหลังยุคเซเลอร์มูน ตัวละครสาวที่ไว้ผมทรงนี้ จะมีนิสัย”ซึนเดเระ” ทั้งนั้น คือ มีนิสัยเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ทำท่ารังเกียจเขา(ถึงขั้นใช้กำลัง) แต่เอาเข้าจริง ก็แอบชอบเขาอยู่เหมือนกัน (จะมีคางามิเนี่ยแหละ ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า เป็นพวกสาวซึนหรือไม่)

รวมมิตรตัวละครสาวผมทรงทวินเทล (จากซ้ายไปขวา: อุซางิ,เอริ,คางามิ,อาซึกะ)

- ถึงตัวละครหญิงจะไว้ผมธรรมดาบ้าง แปลกบ้าง แต่ก็มีอยู่บางคนที่ได้เพิ่มเส้นผมชี้เด่ตรงหน้า หรือ บนศีรษะ จะหนึ่งเส้น หรือ 2 เส้นคล้ายหนวดแมลงสาบก็ตาม ซึ่งเส้นผมตรงส่วนนี้แหละ ที่เป็นตัวช่วยเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้กับตัวละคร (บ้างก็ว่าเป็นการเพิ่มความ”โมเอะ” ของตัวละครไปในตัว) เช่น นารุเสะงาว่า นารุ (Love Hina),เบลดันดี้(Ah! My Goddess) ,อิซึมิ โคนาตะ (Lucky Star) เป็นต้น

ผมหนวดแมลงสาบของนางฟ้าผู้เลอโฉม เบลดันดี้
(สังเกตตรงเส้นผม 2 เส้นบนหน้าผาก)

 

- ส่วนการ์ตูนอีกเรื่องที่จะลืมไม่ได้เลย นั่นคือ โดราเอม่อน !! แล้วมีใครในโดราเอม่อนที่ไว้ผมแปลกๆบ้าง ถึงแม้จะดูไม่แปลกเมื่อมองผ่านๆ แต่พอมองดูดีๆ ก็มี ซูเนโอะ นี่แหละ ที่ไว้ทรงไม่เหมือนใครเลย คือ ไว้ผมหน้ายื่น แล้วแถมมีหักมุมเข้าไปข้างในอีก ซึ่งก็เป็นทรงที่เข้ากับคนปากแหลมอย่างซูเนโอะได้เป็นอย่างดี ส่วนอีกคนก็ชิซูกะ ซึ่ง จริงๆก็แค่มัดผมสองข้างธรรมดาๆ เพียงแต่ตรงส่วนหางผมทั้งสองข้างนั้นมันมีลักษณะคล้ายๆ”ก้ามปู”ดีๆนี่เอง เช่นเดียวกับไจแอนท์ที่ขนาดไว้ผมเกรียนแล้ว ยังอุตสาห์ทำผมหน้าเป็นหยักๆอีกด้วย

-ต่อไปก็ขอข้ามไปที่การ์ตูนแนวสืบสวนบ้าง ซึ่งตัวละครหลักในเรื่องต่างก็ไว้ผมธรรมดาทั้งนั้น แต่จะมีเธอผู้นี้เนี่ยแหละ ที่ทรงผมดูจะเด่นกว่าชาวบ้านเขาเลย ซึ่งเธอผู้นั้นก็คือ โมริ รัน จากโคนัน นั่นเอง ซึ่งเธอนั้นก็มีกระบังผมอันสุดแหลมตั้งเด่นเป็นตระหง่าน แถมมันแหลมมากจนน่าจะเป็นอาวุธลับแทงชาวบ้านได้ (ลำพังแค่วิชาคาราเต้ของรันก็ปราบใครมานักต่อนักแล้ว)

ทรงกระบังผมอันสุดแหลมคมของ รันจัง

 

-ทรงต่อไป ก็ขอไม่แนะนำสำหรับคนที่อยากหล่อหรือสวย เพราะทรงดังต่อไปนี้ เป็นทรงที่ “โกร๋น” มีเพียงเส้นผมอยู่ 3 เส้นตั้งบนหัว ซึ่งตัวละครที่ไว้ผมทรงนี้ ก็มี ผีน้อยคิวทาโร่,ฮาเงะมารุ รวมไปถึง ปังปอนด์ !!! (มีแต่ตัวละครเด็กๆทั้งนั้นเลยอ่ะ)

-นอกจากนี้ก็มีทรงผมหนาตั้ง ตามเทรนด์นิยมวัยรุ่น เช่น ทรงหอยเม่นของ มิโด้ บัน (Get Backers), ทรงผมตั้งหลายแฉกของ Cloud (Final Fantasy),หรือจะเป็นทรงผมตั้งของบาซาร่า (Macross 7) ฯลฯ

ซ้ายไปขวา: มิโด้ บัน,บาซาร่า

 

-ทรงผมก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในแง่ของเอกลักษณ์ของ ตัวการ์ตูน ซึ่งมีส่วนสำคัญมากจริงๆ โดยเฉพาะกับตัวละครในเรื่องที่มีหน้าตาคล้ายๆกัน หากให้ตัวละครในเรื่องไว้ผมทรงที่ใกล้เคียงกันแล้วละก็ แทบจะแยกหน้าตากันไม่ออกเลย ยกตัวอย่างเช่น สาวๆในเนกิมะ ที่หน้าตาแต่ละคนคล้ายคลึงกันมาก หากไม่ได้ทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์แล้วละก็ คนอ่านมีสิทธิ์มึน จำสับกันได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมทรงซามูไรของเซ็ตซึนะ,ทรงผมปิดตาของโนโดกะ,ทรงมัดผมสองข้าง+หางเปียสองข้างของซากุราโกะ,ทรงผมของยูเอะ ฯลฯ

สาวๆจากเนกิมะ (ดีนะเนี่ยที่ทรงผมต่างกัน ไม่งั้นคนอ่านได้งงตาย)

นอกจากนี้ ทรงผมก็เป็นตัวจำแนกตัวละครที่มีหน้าตาเหมือนๆกันได้ แม้จะอยู่ต่างเรื่องกันก็ตาม โดยเฉพาะกับ ตัวละครที่เป็นผลงานของ อ.อาดาจิ มิตซึรุ (สำหรับรายนี้อาจจำแนกลำบากหน่อยนะ)

-แต่สำหรับตัวละครบางตัวที่มีทรงผมเป็นเอกลักษณ์ คุ้นตาคนอ่าน แต่พอลองเปลี่ยนทรงผมไปเป็นอีกทรงหนึ่ง ก็มีผลต่อผู้อ่าน ในแง่ของเสน่ห์ ความดึงดูดของตัวละครที่มีมากขึ้นหรือลดลงได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกับคาแร็คเตอร์ตัวละครสาวๆที่มัดผมนั้น แต่พอลองปล่อยผมดู ก็พบว่า ส่วนใหญ่จะออกมาดูดี น่ารัก มีเสน่ห์ออกแนวผู้หญิงๆในสายตาของนักอ่านมากขึ้น ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายคนเลย หรือไม่ก็ตัวละครชายบางคน พอเปลี่ยนทรงผม ก็แทบจะเปลี่ยนคาแร็คเตอร์เหมือนกัน เช่น ซากุรางิ กับ มิตซึอิ ในสแลมดังก์ พอตัดผมสั้นลง ทำให้พวกเขาดูเป็นคนเอาจริงเอาจังกับบาสเก็ตบอลมากขึ้น เช่นเดียวกับ จาง จาก จอมโหดกระทะเหล็ก พอขึ้นภาคใหม่กลับไว้ผมยาวขึ้น ดูแล้วราวกับว่าจางกลายเป็นคนใจเย็นมากกว่าภาคก่อนที่ยังทำตัวเกรียนสมกับ ทรงผม หรือจะเป็นไอเซ็น จากบลีช ที่พอเปลี่ยนทรงผมที กลายเป็นผู้นำสุดหล่อโฉดแห่งกองทัพอารันคาร์ ผิดกับตอนเป็นยมทูตที่ยังไว้ทรงผมซะกระเซิง

ชิซูกะ ver.ปล่อยผม
รินาลี่ ver. ผมสั้น ( จริงๆก็ดูเท่ห์เหมือนกันนา )

ในทางกลับกัน ก็มีตัวละครบางตัวที่พอเปลี่ยนทรงแล้ว ฟีดแบ็คจากคนอ่านดั๊นกลับออกมาเป็นลบ เช่น รินาลี่ ลี จาก ดีเกรย์แมน พอเธอไว้ผมสั้น จากที่เคยไว้ยาว ก็ทำเอาคนอ่านหนุ่มๆรีเควสต์ให้เธอกลับไปไว้ผมยาวอีกหน (จะใช้”อินโนเซ็นต์”ช่วยผมยาวก็ได้ไม่ว่ากัน)..

-จากข้างบน ก็นึกขึ้นได้ว่า ในบรรดาตัวการ์ตูนหลายตัว ก็มีอยู่บางคนที่เปลี่ยนทรงผมบ่อยครั้ง ตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่องเลย ซึ่งได้แก่ บลูม่า กับ ยามุชา(หยำฉา) จากดราก้อนบอล นั่นเอง หากลองเปิดตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้าย ก็พบว่าทั้งสองคนนี้ต่างก็เปลี่ยนทรงผมมากกว่า 5 ครั้งด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ก็มีอยู่คนนึงที่เปลี่ยนทรงผมบ่อยเหมือนกัน แต่เปลี่ยนบ่อยเฉพาะช่วงต้นๆของเรื่อง ซึ่งจะมีใครไปไม่ได้นอกจาก “พระเจ้า H” ฮารุฮิ นั่นเอง สงสัยคุณเธอคงลังเลว่าจะไว้ผมทรงไหนดี เลยลองเปลี่ยนทรงทุกๆวัน จนกระทั่งลงตัวที่สุดกับทรงผมบ๊อบสั้น อย่างที่หลายคนคุ้นเคย

-สุดท้ายนี้ ตัวละครหลายๆตัวต่างก็มีทรงผมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีทั้งดูดีบ้าง ดูไม่ดีบ้าง แต่สำหรับบางคนนั้น ก็ขอบอกไว้ก่อนว่า บางทีทรงผมสุดเจ๋งของพวกเขาอาจไม่ใช่ทรงผมที่แท้จริงของเขาก็เป็นได้!! เอ๊ะ! หมายความว่าอย่างไร แสดงว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้ไว้ทรงผมทรงนี้ตั้งแต่แรกแล้วหรือ? แต่กลับปิดบังตลอดเวลา….ถึงจะปิดบังยังไง คนอ่านก็รู้อยู่ดี ชนิดที่ผิดคาดสุดๆ อย่างเช่น ฮายาชิดะ จากคุโรมาตี้ ที่หลายคนติดตากับผมทรงโมฮอว์ก แต่โทษทีเถิด จริงๆแล้วมันดันเป็นวิกซะนี่!! เล่นเอาฮาตึงกันไปข้าง รวมไปถึงรายล่าสุดที่ทำเอาหนุ่มๆถึงกับช็อค นั่นคือ ทสึกิโนะ จาก แชมเปี้ยนขนมปังนั่นเอง ซึ่งปกติเราจะเห็นสาวน่ารักอย่างทสึกิโนะ มากับทรงผมอันยาวสลวย แต่กลับเจอทีเด็ดรีแอ็คชั่นจากขนมปังของอาสุมะ เปิดเผยความจริงว่าเธอหัวล้าน!!! ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเครียดนับตั้งแต่ทำงานเป็นประธานของแพนตาเซีย!!!!!!

 

ที่มา  http://www.kartoon-discovery.com/topic/topic200804.html

จะอ่านการ์ตูนเรื่องอะไรให้เข้ากับวันแห่งความรักดี?

 

ก็ขอต้อนรับวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก กันด้วย บทความชิ้นนี้ครับ หากจะพูดถึงวันแห่งความรักนั้น ก็เป็นวันที่หลายคนแสดงความรักต่อกันและกัน ไม่ว่าจะเป็น แฟน เพื่อน พี่น้อง รวมไปถึง พ่อแม่ ผู้ปกครอง รูปแบบการแสดงความรักก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น การไปเที่ยวด้วยกัน การซื้อของขวัญ (โดยเฉพาะ ช็อคโกแล็ต) การมอบดอกไม้ เป็นต้น แต่รูปแบบการแสดงความรักดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ยังรวมไปถึง การทำความดีในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้คนที่คุณรักนั้นพอใจ หรือ จะบริจาคทานให้กับบุคคลผู้ยากไร้ เป็นต้น

แม้ว่า ในวันที่ 14 ก.พ. จะมีบางส่วนที่สมหวังกับความรักอันชื่นมื่น แต่ก็มีอยู่บางคนที่ไม่สมหวังกับความรัก อาจเกิดอาการท้อแท้ และ เบื่อหน่าย มิหนำซ้ำดีไม่ดีอาจทำการใดๆที่ดูแล้วขาดสติ ดังที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น การฆ่าตัวตาย หรือจะเป็นการทำร้ายร่างกายกัน เป็นต้น ซึ่งจุดนี้ใครก็ตามที่อยู่ในห้วงแห่งความผิดหวังในความรักหรือลุ่มหลงกับ ความรักมากเกินไปนั้น ขอแนะนำว่า ช่วยมีสติกันสักนิดนึง เพราะหากกระทำสิ่งใดที่ขาดสติ ก็จะเกิดผลเสียตามมาหลายอย่าง จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมในวันแห่งความรักที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเช่นกัน
และวิธีแก้ปัญหานั้น ก็หากิจกรรมใดๆที่คลายเครียดพอที่จะผ่อนคลายอารมณ์บ้าง และ หนึ่งในกิจกรรมที่เราจะนำเสนอก็คือ การอ่านการ์ตูน หรือ ชมอนิเม นั่นเอง

ซึ่งการ์ตูนที่จะอ่านนั้นก็ไม่จำกัดว่าจะเป็น แนวไหน ทั้งตลก บู๊ กันไปต่างๆนานา แต่แนวการ์ตูนที่จะแนะนำตามหัวข้อนี้ก็คือ การ์ตูนแนวโรแมนติค นั่นเอง ซึ่งขึ้นชื่อว่า แนวโรแมนติคแล้ว ก็ต้องเกี่ยวข้องกับความรักแน่นอน ซึ่งในการ์ตูนแนวนี้นั้น ก็จะนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงความรักระหว่าง พระเอกกับนางเอก รวมไปถึงตัวละครอื่นๆในเรื่อง เรื่องความความสัมพันธ์ในแง่ความรักของแต่ละคนนั้นในโลกของการ์ตูนนั้น ส่วนใหญ่ก็จะอิงมาจากเรื่องราว การแสดงความรักที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง ซึ่งมีทั้งความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เช่นเดียวกัน รวมไปถึง การ์ตูนแนวนี้ยังสะท้อนไปถึงวิธีแก้ปัญหาในยามที่ประสบปัญหาในความรักที่มี ทั้งวิธีที่ถูกและผิดแตกต่างกันไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตัวผู้อ่านเองละครับว่า อันไหนถูกอันไหนผิด จะได้นำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชิวิตของตนเองได้

หากจะพูดถึงการ์ตูนแนวรักโรแมนติคนี้ จะว่ากันจริงก็มีอยู่ด้วยกันหลายเรื่องเลย(โดยเฉพาะการ์ตูนผู้หญิงตาหวาน) ในบทความนี้เราจะคัดย่อพูดถึงแค่เรื่องที่บ้านเราน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ประเภทที่ว่า ผู้ชายอ่านได้ ผู้หญิงอ่านดี จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย
(แนะนำ หากอยากรู้ว่า การ์ตูนแนวรักโรแมนติคนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง ก็เข้าไปที่เว็บ comtoon.com แล้วเลือกตรงประเภท โรแมนติค นั่นแหละครับ หรือ จะเข้าเว็บ wikipedia และใช้วิธีค้นหาเอาโดยใช้คีย์เวิร์ด “Romance Manga” ครับ)

1.ถนนสายนี้เปรี้ยว – Orange Road (อิสึมิ มัตซึโมโต้)
การ์ตูนโรแมนติคดังในยุค 80 ที่ใครหลายคนรู้จักกันดี และ อนิเมของเรื่องนี้ก็เคยสร้างปรากฏการณ์ให้กับหนุ่มๆสมัยนั้น พลอยหลงเสน่ห์ อายูคาวะ มาโดกะ นางเอกแสนสวยของเรื่องกันทั้งนั้นและบ้านเราก็เคยฉายทางช่อง 3 ในชื่อว่า ซูเปอร์บอย และ หนุ่มเฟื่องสาวเฟี้ยว การ์ตูนเรื่องนี้ก็ว่ากันด้วย
เรื่องราวของ คาซึกะ เคียวสุเกะ หนุ่มพลังจิต ได้มาเดินนับขั้นบันไดในเมืองซึ่งเคียวสุเกะนับได้ 100 ขั้น แต่ก็มีผู้หญิง ซึ่งก็คือ อายูคาวะ มาโดกะ พูดออกมาว่ามี 99 ขั้น ทั้งสองก็พบกันที่นี่เป็นครั้งแรก และ ความรักของเคียวสุเกะก็เกิดขึ้น แต่ทว่าพ่อพระเอกของเราก็มี ฮิยาม่า ฮิคารุ รุ่นน้องที่โรงเรียนหลงรัก และ เธอมักเรียกเคียวสุเกะว่า ดาร์ลิง(darling) จึงเกิดเรื่องราวรักสามเส้าระหว่างคนทั้งสาม แล้วตกลงเคียวสุเกะจะเลือกใครล่ะ? สำหรับในฉบับหนังสือการ์ตูนนั้น แบบลิขสิทธิ์อาจหวังยากหน่อย เพราะเล่นไม่ออกมานานแล้ว แต่สามารถหาอ่านได้ในฉบับไพเรทของสำนักพิมพ์ New Project 8 เล่มจบ

2.Ah! MyGoddess (โคสุเกะ ฟูจิชิม่า)
ก็เป็นการ์ตูน-อนิเม ที่มีนางเอกสาวเจ้าเสน่ห์อีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะ นางฟ้า เบลดันดี ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆหลายคน เหตุผลก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะเธอนั้นคือนางฟ้าสุดแสนจะเพอร์เฟคแทบทุกอย่างชนิดที่หาคนที่มีลักษณะ แบบนี้ไม่ได้เลยในโลกแห่งความจริง ซึ่งนางฟ้าผู้นี้ก็ได้มาอยู่กับหนุ่มผู้โชคดี(จนน่าอิจฉา)ที่ชื่อว่า โมริซาโตะ เคอิจิ นักศึกษาหนุ่มที่อับโชคเรื่องผู้หญิง ซึ่งเรื่องของเรื่องนั้นก็เกิดขึ้นในขณะที่เคอิจิกำลังจะโทรศัพท์อยู่ แต่ดันไปติดต่อกับสำนักงานเทพธิดาเข้าให้ ซึ่งนางฟ้าคนที่มาปรากฏตัวต่อหน้าเคอิจิก็คือ เบลดันดี นั่นเอง เบลดันดีก็เลยบอกให้เขาขอพรอะไรก็ได้มา1อย่าง ซึ่งเธอก็ดลบันดาลให้พรที่ขอนั้นเป็นจริง แน่นอนละครับว่า ตาเคอิจิก็จัดการขอพรให้นางฟ้าอย่างเธออยู่กับเขาตลอดไป จนเป็นที่มาของเรื่องราวอันวุ่นๆนับจากนี้ แต่ไม่ได้มีแค่เบลดันดีเท่านั้นที่มาอยู่บนโลกมนุษย์ แต่ยังมีพี่สาวและน้องสาวของเธอ อย่าง อูร์ด และ สกัลด์ ถึงปัจจุบันความดังของเรื่องนี้ก็ซาลงไป แถมการดำเนินเรื่องก็อืดอีก แต่ถึงอย่างไรการ์ตูนเรื่องนี้ก็จัดเป็นการ์ตูนแนว Love Comedy ที่ไม่ควรพลาด

*เกร็ดเล็กๆน้อยๆ: ชื่อนางฟ้าทั้งสามคนนั้น มาจากเทพตามตำนานนอร์ส หรือ ยุโรปเหนือ ซึ่งประกอบไปด้วย Urd(เทพแห่งอดีต) Verdandy(เทพปัจจุบัน) และ Skuld(เทพแห่งอนาคต)

3.บ้านพักอลเวง – Maison Ikkoku (รูมิโกะ ทาคาฮาชิ)
สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับ อ.รูมิโกะ ทาคาฮาชิ อีกเรื่องหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องราวของ โกได ยูซากุ นักเรียนหนุ่มผู้อับโชค ที่มาเช่าหอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งมี โอโตนาชิ เคียวโกะ แม่ม่ายสาวสวยเป็นคนดูแลหอพักนี้ การเจอกันครั้งแรกของเขาและเธอ ทำให้ยูซากุนั้นตกหลุมรักเธอ โดยเนื้อหาจะเน้นที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองว่าจะก้าวหน้าไปเพียงใด รวมไปถึงเพื่อนๆร่วมหอพักที่จะร่วมสร้างความสนุก หรรษา ด้วยกัน ก็จัดเป็นหนึ่งในสุดยอดการ์ตูนรักโรแมนติคประจำยุค 80 อีกเรื่องหนึ่งที่ควรค่าจะเก็บสะสม

4.Love Hina (เคน อาคามัตซึ)
ชื่อไทยของเรื่องนี้เหมือนกับเรื่องข้างบน จนบางคนอาจสับสน ก็ขอเรียกชื่อทับศัพท์เอาละกัน กับการ์ตูนแนวเลิฟคอเมดี้ที่ได้รับความนิยมมากทั้งที่ญี่ปุ่นและบ้านเราใน ช่วงปี 2000 แถมเป็นงานที่สร้างชื่อให้กับ อ.เคน อาคามัตซึ เป็นอย่างมาก และเป็นต้นแบบของการ์ตูนแนวฮาเร็มเลยก็ว่าได้ ว่าด้วยเรื่องของ ชายหนุ่มที่ซิ่วมา 3 ครั้ง อย่าง อุราชิม่า เคทาโร่ ที่ได้รับมอบหมายจากคุณยาย ให้ไปเป็นคนดูแลหอพักสตรีฮินาตะที่ใกล้จะเจ๊งเต็มที ซึ่งที่นั่น เคทาโร่ก็ได้พบกับสาวๆหลากสไตล์ รวมไปถึง นารุเสะงาวะ นารุ สาวสวยประจำหอพักที่มุ่งมั่นที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยโทได(ม.โตเกียว) และเคทาโร่ก็ต้องการให้นารุช่วยติวหนังสือให้เขาด้วย เพื่อที่จะสอบเข้าโทไดด้วยเหมือนกัน รวมถึงตัวเคทาโร่เองก็ตามหาผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยให้คำสัญญาในตอนที่เขายัง เด็กว่าจะเข้าโทไดด้วยกันอีกด้วย ก็เป็นการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่นักอ่านโดยเฉพาะชายหนุ่มที่มีประสบการณ์ใน การอยู่หอพักนักศึกษา แถมโสด ก็จะอินกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ถึงจะได้รับความนิยมก็จริง แต่การที่เนื้อเรื่องช่วงหลังๆพยายามออกไปจับปลามากเกินไป รวมไปถึงมุขตลกและฉากบางฉากที่ค่อนข้างจะวาบหวิวเกินไป ก็มีเลยมีคนอ่านบางส่วนที่ไม่ประทับใจกับเรื่องนี้ หากใครที่คิดจะหาเรื่องนี้มาอ่าน ตอนนี้ไปเช่าตามร้านก่อนละกันครับ เพราะ ตอนนี้จะหาให้ครบทั้ง 14 เล่มก็ลำบากเหลือเกิน (แถมไม่รู้ว่าสนพ.จะพิมพ์เรื่องนี้ใหม่อีกรอบหนึ่งหรือเปล่า)

5.สมองกลคนสวย – A.I Think So! (เคน อาคามัตซึ)
ผลงานของ อ.เคนอีกเรื่องหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นผลงานเปิดตัวเรื่องแรกสุดของเขาอีกด้วย และ เรื่องนี้ก็มีนักอ่านบางคนยกย่องว่า น่าจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาอีกด้วย(หลักๆก็เซอร์วิสไม่เยอะเหมือน เรื่องหลังๆ เหอ เหอ) แถมมีละครบางเรื่องในบ้างเราก็นำพล็อตของการ์ตูนเรื่องนี้ไปใช้อีกด้วย เรื่องราวของ โกเบ ฮิโตชิ ที่ถนัดแต่การเขียนโปรแกรมอย่างเดียว เขาสามารถเขียนโปรแกรมAI สร้างหญิงสาวขึ้นมา โดยตั้งชื่อว่า เธอร์ตี้ (30 หรือ ซาตี้ ตามการออกเสียงของญี่ปุ่น) แต่วันหนึ่งได้เกิดฟ้าผ่าลงมา ทำให้ หญิงสาวในโปรแกรมที่เขาเขียนขึ้นมานั้นมีชีวิตขึ้นมาราวกับมนุษย์จริงๆ และเรื่องราวอันสนุกสนานระหว่างเขาและเธอก็ได้เริ่มต้นขึ้น ยังรวมไปถึงตัวโปรแกรมตัวอื่นๆที่ฮิโตชิเป็นคนทำขึ้นอีกด้วย

6.ไอส์ – I’s (มาซาคาสึ คัตซึระ)
เรื่องราวของ เซโตะ อิจิทากะ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่แอบหลงรักเพื่อนร่วมชั้นอย่าง โยชิซึกิ อิโอริ แต่เขานั้นกลับไม่กล้าบอกเธอ เขาจึงวางแผนที่จะสารภาพความรู้สึกในใจกับเธอ แต่ก็ไม่สำเร็จสักที จนกระทั่งการมาของ อาคิบะ อิตซึกิ เพื่อนสมัยเด็กที่กลับมาจากอเมริกา และเรื่องราวรักสามเส้าระหว่างเขาและเธอทั้งสองก็เริ่มขึ้น นอกจากการเดินเรื่องที่น่าสนใจแล้ว เรื่องนี้ก็มีจุดสนใจตรงที่งานภาพนั่นเอง ส่วนฉาบวาบหวิวก็มีให้เห็นพอควร

*เกร็ดเล็กๆน้อยๆ: ชื่อเรื่อง I’s หากจะสังเกตุกันดีๆนั้น ก็มาจากชื่อของตัวเอกทั้ง3 ซึ่งขึ้นต้นด้วย “อิ” หมดเลย

7.ดิจิตัลเลดี้ – Chobits (Clamp)
งานดังอีกเรื่องหนึ่งของClamp ซึ่งได้รับความนิยมมากในช่วงปี 2002 เรื่องราวของ โมโตสุวะ ฮิเดกิ ที่กำลังหาปาโซคอม (คำเรียก PC – Personal Computer แบบฉบับญี่ปุ่น)อยู่พอดี วันหนึ่งเขาบังเอิญได้เจอกับ ปาโซคอมรูปร่างหญิงสาวอยู่บนกองขยะ เขาก็ได้พาเธอกลับไปที่บ้าน และ เขาก็จัดการกดสวิทย์ทำให้เธอฟื้น และเมื่อเธอฟื้นขึ้นมา เธอก็ร้องว่า “ชี” และ ชี นั้นก็กลายเป็นชื่อของเธอโดยปริยาย โดยเนื้อหาจะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ การเรียนรู้ซึ่งกันและกันของชายผู้มีประสบการณ์กับผู้หญิงน้อย กับ หุ่นยนต์ที่ถูกลบความทรงจำให้กลับมาพูดคุยหรือทำอะไรหลายอย่างได้ ซึ่งเสน่ห์ของเรื่องนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น หุ่นยนต์สาวหน้าตาน่ารักที่ชื่อว่า ชี นั่นแหล่ ที่ถูกใจขา L ทั้งหลายแล

8.สูตรรักฉบับนักเรียน – School Rumble (จิน โคบายาชิ)
การ์ตูนดังที่ลงประจำใน KC Weekly เป็นการ์ตูนแนวขำขันที่เน้นเรื่องราวกุ๊กกิ๊กในวัยเรียนสมชื่อเรื่อง โดยเนื้อเรื่องก็ทวีความสนุกและความฮามากขึ้น หลังจากที่ช่วงแรกพยายามเน้นเล่นมุขแบบคุโรมาตี้มากไปหน่อย ซึ่งไม่ค่อยเหมาะกับการ์ตูนเรื่องนี้เท่าใดนัก (แต่อย่างน้อยก็ฮาตรง “กัปปะ” ละกัน) เรื่องราวชุลมุนวุ่นรักของเหล่าตัวละครในเรื่อง โดยมีคู่พระนางสุดบื้อ อย่าง ฮาริมะ-เทนมะ เป็นตัวชูโรง ฮาริมะ นั้นก็หลงรักเทนมะมาก แต่เทนมะกลับสนใจ คาราซึมะ หนุ่มจอมเฉยมากกว่า แต่ฮาริมะก็ยังคงมีความหวังว่า เขาคงจะสมหวังความรักกับเทนมะได้ในสักวันหนึ่ง แต่ตัวละครที่สร้างสีสันไม่ได้มีแค่นี้ แต่ยังมี เอริ สาวไฮโซที่ชอบแกล้งฮาริมะ(และก็คงแอบชอบฮาริมะด้วย(มั้ง)) ยาคุโมะ น้องสาวคนสวยของเทนมะที่สนใจในตัวฮาริมะเหมือนกัน และก็มี ฮานาอิที่ชอบยาคุโมะเอามากๆ ซึ่งเขานั้นก็มี มิโคโตะ เป็นเพื่อนรักสมัยเด็ก ฯลฯ หากจะไล่ว่าใครชอบใครรับรองว่ายาวแน่ หากรู้รายละเอียด ก็ต้องหามาอ่านเอาครับ

9.Ichigo 100% (มิสุกิ คาวาชิตะ)
อันนี้ก็เป็นการ์ตูนแนวรักหลายเส้าอีกแล้ว ซึ่งปีที่แล้วนั้น ชาวเว็บบอร์ดพันทิพต่างก็พูดถึงกันบ่อยพอสมควร โดยเรื่องนี้มี มานากะ จุนเปย์ เป็นตัวเดินเรื่อง ซึ่งเขานั้นก็ตามหาสาวผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกกน.ลายสตรอเบอร์รี่ที่เขาได้เจอ และเขานั้นก็ได้มีความสัมพันธ์กับตัวละครสาวอีก 4 คน ซึ่งก็ได้แก่ นิชิโนะ สึคาสะ,โทโจ อายะ,คิตาโอจิ ซัทสึกิ และ มินาโมโตะ ยูอิ แล้วที่นี้พระเอกจะต้องตัดสินใจเอาแล้วว่าเขาจะเลือกใคร และก็เป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่ผู้อ่านถึงกับต้องลุ้นกันสุดๆว่าพระเอกจะลงเอย กับใครตั้งแต่เล่มแรกยันเล่มสุดท้ายเลย กลับกลายเป็นว่าพระเอกกลับเลือกอีกคนหนึ่งซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาด หรือ พระเอกไม่ได้เลือกคนที่เราเชียร์ ก็เลยทำให้บางคนออกอาการเซ็งกับตอนจบได้เหมือนกัน

10.เก๋าโจ๋โก๋พันธุ์สวย – Pretty Face (คาโน่ ยาสึฮิโระ)
ก็เป็นการ์ตูนแนวเลิฟคอเมดี้อีกเรื่องที่เนื้อหาแหวกแนวหน่อย ในแง่ที่ พระเอก รันโด มาซาชิ ประสบอุบัติเหตุ พอฟื้นขึ้นมากลับกลายเป็นว่า เขานั้นหน้าตากลายเป็นผู้หญิง แถมหน้าดันเหมือนกับพี่สาวฝาแฝดของ คุริมิ รีนะ สาวที่รันโดแอบชอบซะอีก รันโดจึงอยู่กับเธอในสภาพของ คุริมิ ยูนะ และ ต้องพยายามตามหา ยูนะ ตัวจริงที่หนีออกมาให้ได้ โดยเรื่องนี้ไม่เน้นโรแมนติค แต่จะเน้นฮาแบบโหดๆบวกกับแฟนเซอร์วิสมากพอสมควร

11.มือขวากับขาโจ๋ (คาสึโร่ อิโนะอุเอะ)
เป็นผลงานเรื่องแรกที่สร้างชื่อให้กับอดีตลูกมือของอ.ฟูจิตะ คาสึฮิโระ ผู้แต่ง ล่าอสูรกาย เรื่องราวของ ซาวามูนะ เซย์จิ ผู้มีหมัดขวาอันทรงพลัง จนหลายคนหวาดกลัว รวมไปถึงเขานั้นก็ไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลย แต่วันหนึ่ง ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อมือขวาของเขากลายเป็น คาสึงาโนะ มิโดริ สาวผู้อ่อนแอที่แอบหลงรักเซย์จิข้างเดียว ทั้งสองก็ต้องใช้ชีวิตแบบแปลกประหลาดตั้งแต่วันนั้น และการมาของมิโดรินั้น ก็มีสาวๆมาเข้าใกล้เซย์จิมากขึ้น โดยเฉพาะ อายาเสะ กับ ลูซี่ ซึ่งเหตุผลหลักที่พวกเธอกล้าเข้าใกล้เซย์จินั้นก็เพราะ เซย์จินั้นมักจะปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ดีโดยเฉพาะฉากซึ้งเรียกน้ำตา แต่พออ่านเรื่องนี้จบก็ทำเอาใจหายไปได้เลยทีเดียว

12.ไอคอล์ – Ai Kora/Love & Collage(คาสึโร่ อิโนะอุเอะ)
ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้แต่งมือขวากับขาโจ๋ ที่ร่วมเล่มฉบับภาษาไทยออกมา 3 เล่มแล้ว เรื่องราวของ ฮาจิเบ มาเอดะ ได้ย้ายเข้ามาเรียนที่โตเกียวและพักอาศัยอาศัยในหอพักมหาวิทยาลัย และเจอสาว 5 คน ซึ่งแต่ละคนมีลักษณะเป็นนางในฝันของเขาเป๊ะเลย ถึงแม้ว่าคาแร็คเตอร์โดยรวมจะถอดมาจากงานเก่าก็ตาม แต่ความฮานั้นมากกว่าเดิม (แถม ผ่าง คว้าง ก็มากขึ้นตามไปด้วย – -“)

13.วุ่นรักนักดนตรี – Nodame Cantabile (โทโมโกะ นิโนมิยะ)
การ์ตูนดีกรีความยอดเยี่ยมมาแล้วที่ญี่ปุ่น และปัจจุบันก็ได้รับความนิยมถล่มทลายทั้งเวอร์ชั่นซีรี่ย์คนแสดง และ อนิเมชั่นที่ฉายรอบดึก และ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นักอ่านบ้านเราต่างก็พูดถึง เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง จิอากิ นักศึกษามหาวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ฝีมือดี ที่กลัวการขึ้นเครื่องบิน กับ โนดะ เมงุมิ หรือ โนดาเมะ สาวนักเรียนดนตรีจอมเอ๋อ ที่ห้องเธอนั้นซกมกสุดๆ ซึ่งการที่เขาได้เจอกับเธอนั้น ก็ทำให้เกิดเรื่องปั่นป่วนวุ่นวายกับจิอากิแทบทุกวัน เสน่ห์ของเรื่องนี้นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีแบบคลาสสิคแล้ว ยังลุ้นไปกับความสัมพันธ์ระหว่างจิอากิกับโนดาเมะว่าจะลงเอยอย่างไร

14.Boy Be(มาซาฮิโระ อิตาบาชิ (เรื่อง) ฮิโรยูกิ ทามาโคชิ (ภาพ))
เรื่องราวความรักวัยเรียนของสาวๆซึ่งมีอยู่หลากหลาย ซึ่งมีทั้งขึ้น และ ลง สุข และ ทุกข์ปะปนกันไป และในบ้านเรา เคยมีอนิเมเรื่องนี้มาฉายทางเคเบิ้ลทีวี ส่วนฉบับหนังสือการ์ตูนนั้นก็เคยถูกถอดออกจากรายสัปดาห์เล่มหนึ่งเช่นกัน

15.นานะ (ไอ ยาซาว่า)
การ์ตูนผู้หญิงที่น่าจะเรียกว่าฮ็อตฮิตที่สุดในพ.ศ.นี้ แถมในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ก็ทำรายได้อย่างถล่มทลายมาแล้วที่ญี่ปุ่น รวมไปถึงเป็นการ์ตูนผู้หญิงเพียงไม่กี่เรื่องที่นักอ่านผู้ชายชื่นชอบอีก เช่นกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับ มิตรภาพ ความสัมพันธ์ของหญิงสาวสองคนที่ชื่อ นานะ เหมือนกัน คนหนึ่ง คือ โคมัตสึ นานะ เด็กสาวผู้มองโลกในแง่ดี ที่มุ่งหน้าสู่ โตเกียว ด้วยหัวใจเปี่ยมรักพร้อมกับความหวังที่จะพบกับ โชจิ ชายคนรักที่จากเธอมาเรียนต่อที่โตเกียว ส่วนอีกคนคือ โอซากิ นานะ หญิงสาวผู้มีหัวใจที่บอบช้ำ เธอมาโตเกียวด้วยความหวัง ที่จะตามหาความฝัน หลังจากที่ เรน แฟนหนุ่มของตนประสบความสำเร็จในสายดนตรี ทั้งสองได้พบครั้งแรกบนรถไฟ และก็พบกันอีกครั้งที่โตเกียว และได้ตกลงใจแชร์ห้องเช่าอยู่ด้วยกัน และ ชีวิตทั้งสองคนจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยกัน ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน…

16.Paradise Kiss (ไอ ยาซาว่า)
ผลงานอีกเรื่องของผู้แต่งนานะ เรื่องราวความรักโรแมนติกของ ยูคาริ หญิงสาวรูปร่างสูงที่ตกหลุมรักชายหนุ่มแห่งร้าน พาราไดซ์ คิส ร้านเล็กๆทีมีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน คนรัก และการทำงานร่วมกัน ซึ่งพวกเขาต้องการให้เธอมาเป็นนางแบบให้กับที่ร้าน ใครที่ประทับใจกับนานะมาแล้ว เรื่องนี้ก็น่าลองเหมือนกัน

 

17.Onegai Teacher ( Please! (เรื่อง), ชิซุรุ ฮายาชิยะ (ภาพ))
เป็นการ์ตูนที่ดังพอควร แต่เนื้อหาอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆ เรื่องของชายหนุ่มที่ชื่อว่า เคย์ คุซานางิ เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี ฟื้นขึ้นจากอาการที่คล้ายกับ”เจ้าชายนิทรา” เขาก็ย้ายออกจากบ้านอย่างเงียบๆ ไปอาศัยอยู่กับลุงซึ่งมีอาชีพเป็นหมออยู่ในเมืองริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง วันหนึ่งเคค้นพบว่า มิซุโฮะ คาซามิ อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ของเขา ความจริงแล้วเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ถูกส่งมาสังเกตการณ์โลก วันรุ่งขึ้นเคย์และมิซุโฮะถูกขังอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์พลศึกษาเป็นเวลาหลาย ชั่วโมงโดยบังเอิญ เมื่อเรื่องไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียน เคย์ตัดสินใจที่จะปกป้องความลับของมิซุโฮะโดยบอกว่าเขาและเธอเป็นสามีภรรยา กัน ทั้งสองจึงต้องแต่งงานกันจริงๆ ส่วนฉบับการ์ตูนรวมเล่มอาจหายากสักหน่อย เป็นของสนพ.เนกิโบส18.Honey & Clover (จิกะ อุมิโนะ)
เรื่องนี้ก็เป็น มิตรภาพ ความรัก ระหว่างเพื่อน 5 คน(ชาย 3 หญิง 2) ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งพวกเขานั้นต่างก็มีปัญหาแตกต่างกันไป และ อนิเมชั่นของเรื่องนี้ก็การันตีความยอดเยี่ยมมาแล้ว แถมเรื่องนี้ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงอีกด้วย ซึ่งก็รับรองว่า ใครที่กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนั้น จะอินกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ แถมอนิเมก็ถ่ายทอดความรู้สึก อารมณ์ของตัวละครได้ดีอีกด้วย

19.H2 (อาดาจิ มิตซึรุ)
งานดังของ อ.อาดาจิ อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวของ ฮิโร่ คุนิมิ , ฮิเดโอะ ทาจิบานะ กับ โนดะ อัตซึชิ นักเบสบอลดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่วันหนึ่ง คุณหมอบอกว่า ให้ ฮิโร่ กับ โนดะ เลิกเล่นเบสบอล เพราะ อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง ทั้งโนดะ และ ฮิโร่จึงเลือกเรียนที่โรงเรียน เซนกาว่า ซึ่งไม่มีชมรมเบสบอล ส่วน ฮิเดโอะ ไปเรียนที่ โรงเรียน เมอิวะ ซึ่งมีทีมเบสบอลที่แกร่งในระดับประเทศ ตาม ฮิคาริ อามามิยะ เพื่อนสมัยเด็กของฮิโร่
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ฮิโร่กับโนดะ เลือกชมรมฟุตบอล แต่พวกเขาทนกลิ่นอายของเบสบอลไม่ไหว จึงตัดสินใจกลับมาเล่นเบสบอลอีกครั้ง โดยไม่สนใจคำเตือนของแพทย์ และพวกเขา กับ ฮารุกะ โคงะ ก็ร่วมมือกันจัดตั้งชมรมเบสบอลของโรงเรียนเซนกาว่าขึ้น เพื่อสร้างทีมก้าวไปสู่โคชิเอ็งด้วยกัน และ หวังเจอกับ ทีมของฮิเดโอะ ณ ที่แห่งนั้นด้วย นอกจากจะลุ้นไปกับเส้นทางแห่งชัยชนะในเบสบอลแล้ว เรื่องนี้น่าสนใจตรงความสัมพันธ์ด้านมิตรภาพ ความรัก ระหว่างตัวละครทั้ง4คนนั้นด้วยเช่นกัน

อนึ่ง ผลงานของอ.อาดาจินั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวความรักระหว่างวัยรุ่นเช่นเดียวกับ H2 ไม่ว่าจะเป็น Slow Step,Rough,และ Touch

20.Peach Girl (มิวะ อุเอดะ)
การ์ตูนผู้หญิงอีกหนึ่งเรื่องซึ่งเนื้อหาก็คล้ายๆกับละครน้ำเน่าบางประเทศ แถมตัวอิจฉาประจำเรื่องอย่าง ซาเอะ ก็ขึ้นชื่อลือชาในหมู่นักอ่านสาวว่า ทำตัวน่าหมั่นไส้น่าตบเหลือเกิน เรื่องราวของ โมโมะ อาดาจิ สาวผิวแทน ผมทอง ที่ดูเหมือนสาวเปรี้ยว แต่จริงๆแล้วเป็นคนซื่อ และชีวิตประจำวันของเธอนั้นก็แสนจะวุ่นวายเหลือเกิน ก็เพราะการที่ซาเอะตามมารังควาญ เพราะเธอถือคติว่า สิ่งที่โมโมะได้มา เธอก็ต้องได้มาเหมือนกัน เอาเป็นว่าใครที่เป็นคอละครน้ำเน่า เรื่องนี้ก็น่าสนนะ (แต่อย่าเผลอหยิบเปลือกทุเรียนไปปาหัวใครเข้าล่ะ)

21.ลามู ทรามวัยจากต่างดาว – Urusei Yatsura (รูมิโกะ ทาคาฮาชิ)
ผลงานเรื่องยาวเรื่องแรกในชีวิตของอ.รูมิโกะ ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แถมตัวลามูนั้น ก็ถูกยกย่องว่า เป็นไอด้อลในวงการการ์ตูนญี่ปุ่นยุคแรกๆอีกด้วย โมโรโบชิ อาตารุ ได้ถูกคัดเลือกจากคอมฯของมนุษย์ต่างดาวให้ต่อสู้กับลามู ต่อมาอาตารุสามารถจับเขาของลามูได้สำเร็จ และด้วยความดีใจเขาจึงหลุดปากออกไปว่า “ชั้นได้แต่งงานแล้ว”(จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ ชิโนบุ แฟนสาวของเขา บอกอาตารุว่าถ้าหากอาตารุทำได้เธอจะแต่งงานกับอาตารุ อาตารุจึงรู้สึกดีใจที่ได้แต่งงานกับชิโนบุ) แต่ลามูเข้าใจผิดเลยยอมแต่งงานกับอาตารุ ลามูจึงต้องมาอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่อดูแลและรอแต่งงานกับพระเอกคนนี้ และ ลามูก็ก่อเรื่องวุ่นวายให้อาตารุคอยปวดหัวบ่อยๆ

22.ลุ้นรักตามสายลม – Suzuka (โคจิ เซโอะ)
เรื่องราวความรักระหว่าง ยามาโตะ หนุ่มนักวิ่งจอมโลเล กับ สึซึกะ สาวนักกระโดดสูงจอมโลเล เอาแต่ใจ จนกลายเป็นที่เกลียดชังของคนอ่าน โดยมี โฮโนกะ สาวที่เพียบพร้อมทุกอย่างเป็นตัวเลือกของพระเอกอีกทางหนึ่ง

23.Fushiki Yuki (ยู วาตาเสะ)
สำหรับเรื่องนี้ก็มีอนิเมมาฉายทางเคเบิ้ลทีวีก็หลายรอบแล้วเหมือนกัน ส่วนฟรีทีวีก็เคยฉายในช่วงสั้นๆ เรื่องราวความรักกึ่งแฟนตาซี ของเด็กสาวนาม มิอากะ ที่ได้ทะลุเข้าไปในโลกของหนังสือนิยายที่ตามท้องเรื่องนั้นอยู่เมืองจีน และ เธอนั้นก็ได้พบกับ ทามาโฮเมะ และ ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองก็เริ่มขึ้น

24.Da Da Da (มิกะ คาวามูระ)
เป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่นอกจากจะนำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง หนุ่มสาววัยรุ่นแล้ว ยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พี่กับน้องอีกด้วย ซึ่งดูแล้วก็น่ารักดี เรื่องราวของคุสึกิ มิยู ที่ต้องไปอาศัยอยู่กับไซออนจิ คานาตะ ณ ศาลเจ้าที่ไม่มีคนอยู่ เพราะพ่อแม่ติดธุระที่NASA จะต้องดูแลอุปการะ ลูคุง ทารกน้อยจากต่างดาวผู้มีพลังจิตวิเศษ ร่วมกับ พี่เลี้ยง วันเนีย(โฮ่งเหมียว)

25.จอมแสบวัยซ่า – Cheeky Angel (ฮิโรยูกิ นิชิโมริ)
เป็นผลงานอีก1เรื่องของผู้แต่งคู่แสบวัยซ่า การ์ตูนแนวนักเลงเรื่องดังเป็นเรื่องราวของอาซาคุสะ เมงุมิ สาวงามที่มีหลายคนหลงไหล ที่แต่เดิมเป็นเด็กผู้ชาย และวันหนึ่งได้รับคำสาบจากหนังสือพ่อมดให้แปลงเป็นหญิง ทั้งๆที่เมงุมิในตอนนั้นตอนการแค่เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และเมงุมิจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะต้องกลับมาเป็นผู้ชายเหมือนเดิม โดยมีเพื่อนๆในแก๊งอย่าง โซกะ นักเลงติ๊งต๊อง ฟูจิอิ ชายที่ธรรมดาที่สุด(?) ยาสึดะ โอตากุโรคจิต โคบายาชิ นินจาหนุ่มสุดเท่ห์ และ มิกิ เพื่อนสมัยเด็กของเมงุมิ มาร่วมช่วยด้วย ซึ่งโดยรวมนั้นก็ยังคงสไตล์บู๊ ตลกโหด ฮา เหมือนกับผลงานเก่า แต่ความโรแมนซ์มากขึ้นก็เท่านั้นเอง

26.เสน่ห์ข้าวปั้น – Fruit Basket (นัตซึกิ ทาคายะ)
สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นทั้งการ์ตูนและอนิเม โดยเฉพาะอนิเมนั้นมีดีกรีความยอดเยี่ยมมาแล้วที่ญี่ปุ่น เรื่องของ ฮอนดะ โทรุ สาวน้อยที่ต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลโซมะ หลังจากที่คุณแม่ของเธอเสียชีวิต ซึ่งตระกูลโซมะนั้นเป็นตระกูลต้องคำสาป คือ แต่ละคนจะกลายร่างเป็นสัตว์ใน12นักษัตรก็ต่อเมื่อถูกเพศตรงข้ามกอด และเรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้นจากตรงนั้น รวมไปถึงเรื่องราวความรักอันเข้มข้นระหว่าง โทรุ ,ยูกิ และ เคียว

27.เรื่องธรรมดาของเธอกับฉัน (มาซามิ ซึดะ)
เรื่องราวความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวที่”สมบูรณ์แบบ”ด้วยกันทั้งคู่ ระหว่าง อาริมะ ประธานนักเรียนหนุ่ม และ ยูกิโนะ รองประธานนักเรียนสาว ซึ่ง ยูกิโนะ เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟคไปซะทุกอย่างและรักความเป็นที่1 แต่ทว่า อาริมะ กลับพบว่า เธอนั้นfake!!!!เพื่อให้ตัวเองอยากเด่นดัง ทั้งที่จริงแล้ว ตัวอาริมะเองก็โกหกเหมือนกันในเรื่องปมด้อยของตัวเองในอดีต ซึ่งความรักความสัมพันธ์ของเขาทั้ง2นั้น ก็ค่อยๆพัฒนาขึ้น ซึ่งพฤติกรรมของพระนางคู่นี้ พบได้บ่อยในโลกแห่งความเป็นจริง จึงทำให้หลายคนชอบ แต่…เอ……ทำไมฉบับคอมิคของสำนักพิมพ์ดองเค็มถึงออกช้าจัง ที่นู่นเขาเล่ม20กว่าๆแล้วนะ

28.ชมรมรัก คลับมหาสนุก – Ouran High School Host Club(บิสโก้ ฮาโตริ)
หลังจากที่พูดถึงการ์ตูนเรื่องที่ตัวละครชายอยู่ท่ามกลางสาวหลายคนมาก่อน หน้านี้แล้ว สำหรับเรื่องนี้นั้นสลับกันคือ ผู้หญิงจะอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มแทน เรื่องราวของ ฟุจิโอกะ ฮารุฮิ เด็กสาวนักเรียนทุนที่สอบเข้าไปเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายโอรังสุดไฮโซ แต่เพราะในวันแรกที่เข้าเรียน มีเด็กเอาหมากฝรั่งมาติดที่ผมเธอ แล้วเธอยังทำคอนแทคเลนส์หาย แถมยังไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียน เธอจึงตัดผมสั้น ใช้ชุดเก่าของคุณพ่อ ทำให้ฮารุฮิถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชาย แล้วยังต้องเข้ามาเป็นสมาชิกของโฮสต์คลับเพราะดันไปทำแจกันของชมรมที่ราคา 8 ล้านเยนแตก แต่หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าฮารุฮิเป็นผู้หญิงจึงต้องช่วยกันเปิดเรื่องนั้น เป็นความลับ เรื่องราววุ่นๆยังคงดำเนินต่อไป…….

 

ที่มา  http://www.kartoon-discovery.com/topic/topic200702.html

Last Update 03/10/2551

ศัพท์ดังต่อไปนี้นั้น ก็เป็นคำศัพท์ทั่วๆที่คนการ์ตูนเขาพูดกันครับ เวลาคุณได้ยินคำเหล่านี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณก็รู้ได้เลยว่ามันเป็นศัพท์เฉพาะ ของวงการการ์ตูนแน่ๆ และ อาจเป็นผลดีที่ต่อไปคุณอาจสื่อสารกัน รู้เรื่องขึ้น และเข้าใจให้ถูกต้องมากขึ้น

คำศัพท์
ความหมาย
อากิฮาบาระ ย่านขายเครื่องไฟฟ้าของญี่ปุ่น, เป็นแหล่งศูนย์รวมเหล่าโอตากุประเภทบ้าการ์ตูนและเกมส์ เทียบกับบ้านเราก็คงแถวคลองถม-สะพานเหล็กนะแหละ
อักษรศีลธรรม ตัวอักษรที่คอยบดบังฉากบางฉากอันน่าล่อแหลมของการ์ตูนบางเรื่อง ทำให้คนอ่านเสียอรรถรส เช่น “คว้าง” “ผ่าง” “พรึ่บ” ฯลฯ
อนิเมชั่น การ์ตูนที่เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ และเนื้อเรื่องส่วนใหญ่นั้นจะดัดแปลงจากฉบับคอมิคหรือมังงะ ไม่ได้เหมือนกับต้นฉบับเป๊ะๆซะทีเดียว
บิโชโจ การ์ตูนแนวหนึ่งที่เน้นจำนวนสาวๆทรงเสน่ห์ มีบุคลิกหลากหลาย เพื่อเอาใจคอการ์ตูนที่เป็นชายหนุ่ม เช่น การ์ตูนที่เป็นผลงานของ เคน อาคามัตซึ(A.I.Think so,Love Hina,Negima)เป็นต้น
*บิโชโจ ถ้าแปลตามความหมายโดยตรงของภาษาญี่ปุ่น แปลว่า สาวงาม
Cover กลุ่มคนที่ทำกิจกรรม เลียนแบบนักร้องนักแสดงอาชีพ โดยเฉพาะ การเต้น หรือ การร้องเพลง พบเห็นบ่อยในงานการ์ตูนทั่วไป
คอมิค เป็นศัพท์ที่ชาวตะวันตกเรียก หนังสือการ์ตูน ที่แสดงออกมาเป็นกรอบ ช่องคำพูด
คอมิค มาร์เก็ต งานแสดงฝีมือของเหล่านักวาดการ์ตูนมือสมัครเล่นที่ญี่ปุ่น โดยที่นั่นถือว่าเป็นงานใหญ่มากเลยทีเดียว
คอสเพลย์ กิจกรรมกล้าแสดงออกประเภทหนึ่ง ที่ให้เราสวมชุด ปลอมตัวเป็น ตัวละครจากการ์ตูนและเกมส์ ที่เราชื่นชอบ
ดองเค็ม อาการที่สนพ.ลิขสิทธิ์ไม่ยอมออกวางแผงการ์ตูน ในสังกัดตัวเองอย่างยาวนาน สร้างความไม่ปลื้มแก่คนอ่านจำนวนไม่น้อย (แต่ส่วนใหญ่ต้องทนกับการรอคอยต่อไป)
โดจินชิ การ์ตูนล้อเลียนที่เขียนมาจากการ์ตูนเรื่องหนึ่ง(จะชอบหรือ ไม่ชอบก็ตามแต่) แต่บางทีอาจเขียนยำจนไม่เหลือสภาพ
แฟนอาร์ต(Fanart) ภาพวาดตัวละครจากการ์ตูนที่เราชื่นชอบ
แฟนดับ(Fan-Dub) เป็นอนิเมที่ให้คนดูหรือแฟนคลับของแต่ละเรื่องมาพากย์เสียงกันเอง
แฟนฟิก(Fan-Fic) คำเต็มคือ แฟเนติค ฟิคชั่น เป็นเรื่องราวของการ์ตูนเรื่องต่างๆที่ถูกแต่งขึ้นมาใหม่ โดยแฟนการ์ตูนเรื่องนั้นๆ
เช่น ตอนจบของโดราเอม่อน เป็นต้น;เป็นสิ่งที่ทำให้คนอ่านไขว้เขวได้
แฟน เซอร์วิส 1.ฉากหลุดๆ ตลกๆ วับๆแวมๆ ประเภท กอด จูบ หรือ จะแก้ผ้า เปิดหวอ ให้ ที่คนเขียนได้คัดสรรมาแก่คนอ่านบางกลุ่มโดยเฉพาะ เช่น ฉากชิซูกะตอนอาบน้ำ )
2.ฉากที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง แต่ก็ทำให้คนอ่านถูกใจสุดๆ เช่น ชุดว่ายน้ำ,หูแมว เป็นต้น
*หากพูดถึงคำนี้นั้น ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงข้อแรกมากกว่า
แฟนซับ(Fan-Sub) เป็นอนิเมที่ให้คนดูหรือแฟนคลับของแต่ละเรื่องนั้น มาทำบทบรรยายกันเอง
ฟิกเกอร์ หุ่นโมเดลจากการ์ตูน,หนัง,เกมส์ยอดนิยม เหมาะแก่การสะสมสำหรับผู้ที่มีตังค์หน่อยๆ
กาจาปอง หุ่นโมเดลของเล่นกระจุกกระจิก ที่ถูกยัดไว้ในกล่องแคปซูล หรือ จะเรียกว่า ของเล่นจากเครื่องหยอดไข่ก็ได้
ฮาร์เล็ม แนวการ์ตูน ที่พระเอก 1 คน จะอยู่ท่ามกลางสาวๆหลายคน หาอ่านได้จาก ผลงานของ เคน อาคามัตซึ อีกเช่นกัน
Henshin แปลงร่าง มักได้ยินคำนี้บ่อยๆ ในหนังแปลงร่างประเภท ไอ้มดแดง เป็นต้น
Hentai(H) การ์ตูนโป๊ ลามก วิปริต ที่ไม่เหมาะกับ น้องๆ หนูๆ ที่อายุต่ำกว่า 18
Hikkikomori พวกเก็บตัวอยู่กับบ้าน ไม่ยอมเข้าสังคม มีอาการรุนแรงกว่าโอตาคุ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตัวละครจากเรื่อง NHK รวมถึง ตัวละครที่มีชื่อว่า โคโมริ คิริ จาก Sayonara Zetsubou Sensei
K คำเต็มคือ Kenshiro เป็นการ์ตูนเน้นกล้ามเนื้อ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ (Hokuto no Ken) มีหลายคนนำตัวละครเหล่านี้มาแต่งตัวเลียนแบบตัวละครแนวโลลิคอน หรือแนวบิโชโจ
เป็นมลภาวะทางสายตาสำหรับผู้นิยม L
ลอยแพ อาการที่สำนักพิมพ์ลิขสิทธิ์ที่อยู่ๆดีก็ตัดสินใจหยุดพิมพ์หนังสือการ์ตูนเอาดื้อๆ โดยไม่มีการบอกกล่าวใดๆ
Loli(L) เรียกเต็มๆคือ Lolicon เป็นการ์ตูนที่เน้นขายตัวละครที่เป็นเด็กสาวอายุน้อยรูปร่างหน้าตาน่ารัก
เป็นแนวที่ผู้ชายชอบกันมาก เช่นเรื่อง Sister Princess , Digi Charat ,Chobits เป็นต้น
Maid การ์ตูนประเภทหนึ่ง ที่นำตัวละครสาวๆมาสวมชุดคนใช้ สไตล์ตะวันตก เช่น Mahoromatic
มาโฮ โชโจ (Mahou Shoujo) การ์ตูนแนวสาวน้อยเวทมนตร์ ซึ่งยังคงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น แม่มดน้อยแซลลี่ ,Minky Momo,แม่มดน้อยโดเรมี เป็นต้น
มังงะ หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น
Mechanism พวกคลั่งไคล้ตัวการ์ตูนที่เป็นเครื่องจักรกล หุ่นยนต์
Megane แว่นตา;พวกคลั่งไคล้ตัวละครสาวๆที่ชอบสวมแว่นตา(เช่น ยามาโมโต้ เทพบุตรจิตป่วน)
Miko การ์ตูน ที่นำตัวละครสาวๆมาสวมชุดคนทรงแบบญี่ปุ่น
Moe ศัพท์ในวงการโอตากุ หมายถึง ความหลงไหล ในตัวของ คน สัตว์ สิ่งของ แต่ส่วนใหญ่ มักหมายถึง การหลงใหลคลั่งไคล้ สาวน้อย ใน การ์ตูน และ เกมส์
Neko ตัวการ์ตูนสวมหูแมวทั้งหลายแหล่ เช่น Digi Charat ขบวนการเหมียว เหมียว เป็นต้น
Obacon ชอบตัวละครที่มีอายุมากกว่า เช่น Onegai Teacher
โอตากุ (Otaku) หรือ โอตาคุ เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่คลั่งไคล้สิ่งๆหนึ่งซึ่งเป็นอะไรก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ มักจะนึกถึงพวกที่บ้าการ์ตูนและเกมส์ ซึ่งระดับความชื่นชอบของพวกเขานั้น ดูจะมากกว่า ระดับแฟนพันธุ์แท้เสียอีก ซึ่งคนปกติบางกลุ่มอาจมองคนกลุ่มนี้ว่า เป็นคนที่มีจิตไม่ปกติ และคนกลุ่มนี้มักจะคบหาสมาคมกับคนที่สนใจในสิ่งที่ตนชอบเหมือนกัน (แนะนำให้อ่านเรื่อง Genshiken จึงจะรู้จักกับคนกลุ่มนี้มากขึ้นครับ)
OVA ย่อมาจาก Original Video Animation เป็นอนิเมชั่นตอนพิเศษที่จัดทำขึ้นสำหรับวีดีโอเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีฉายในทีวีซีรี่ย์ภาคปกติแต่อย่างใด
ปาหมอน เป็นคำที่นักอ่านการ์ตูนในบ้านเราเรียกการ์ตูน เรื่องที่ตัดจบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมจบได้ไม่ประทับใจอีก ที่มาของคำนี้ มาจาก ชาแมนคิง ราชันแห่งภูติ เล่มจบ
เซย์ยู (Seiyuu) นักพากย์ เป็นอาชีพที่ทำเงินอีกอาชีพหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
ซูเปอร์ เซ็นไท(Super Sentai) หนังขบวนการ 5 สี
Shota (S) เรียกเต็มๆคือ Shotacon หรือจะเรียกว่า เป็นพวกนิยมชมชอบ เด็กผู้ชายน่ารักๆ ไร้เดียงสา
SM ย่อมาจาก Sadistic Masochist พวกชอบความรุนแรง ประมาณว่า อยากเห็นอะไรโหดๆก็จะรู้สึกดี ประกอบไปด้วย Sadism ความสุขจากการทรมานผู้อื่นด้วยความรุนแรง กับ Masochism ความสุขจากการโดนผู้อื่นทรมาณด้วยความรุนแรง
Tsundere พฤติกรรม “รักนะ แต่ไม่แสดงออก” คือ ต่อหน้าเขา เอาแต่ทำท่ารังเกียจ แต่ลับหลังก็แอบชอบเขาเหมือนกัน พฤติกรรมนี้พบมากในตัวละครหญิงสาว เช่น อาซึกะ(Evangelion),นารุ(Love Hina),เอริ(School Rumble) เป็นต้น
Yaoi การ์ตูนประเภทผู้ชายรักผู้ชาย หรือ จะเรียกว่าเป็น การ์ตูนเกย์ก็ว่าได้
Yaranaika วลีแห่งความเสื่อม แปลตรงตัวว่า “จะเอามั๊ย” มาจากเรื่อง Kuso Miso Technique การ์ตูนชายรักชายอภิมหาฮาร์ดคอร์ ซึ่งเจ้าของคำพูดนี้ก็คือ ทาคาคาสุ อาเบะ หนุ่มชุดจัมป์สูทสีฟ้าที่นั่งอยู่บนม้านั่งหน้าห้องน้ำในสวนสาธารณะ
(ไม่แนะนำให้ น้องๆหนูอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ผู้ที่รักศีลธรรมดีงาม ไปหาเรื่องที่ว่านั้นมาอ่านเน้อ)
Yuri คล้ายๆYaoi แต่เป็นผู้หญิงรักผู้หญิงแทน

kartoon-discovery.com
2005